เทคนิคการเลี้ยงปลา
 
การเตรียมความพร้อมก่อนการเลี้ยงปลาทอง
 
1. คิดที่จะเลี้ยงปลาทอง คุณพร้อมหรือยัง
 

ก่อนที่คุณจะเริ่มเลี้ยงปลาทอง คุณต้องพิจารณาดูให้ดีว่า คุณมีเวลาที่จะดูแลชีวิตน้อย ๆ เหล่านี้หรือไม่ ปลาทองเป็นปลาที่ต้องการการดูแลเอาใจใส่ หากคุณดูแลมันด้วยความเข้าใจแล้ว คุณจะพบว่ามันจะให้การตอบแทนโดยการให้ความเพลิดเพลินกับคุณ และการเจริญเติบโตที่สวยขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้คุณภูมิใจว่าคุณก็มีฝีมือในการเลี้ยงที่ดีเหมือนกัน การเริ่มต้นที่ดี จะทำให้คุณมีความเพลิดเพลินกับการเลี้ยง ไม่เป็นภาระ และไร้ซึ่งปัญหาจุกจิกกวนใจ โดยการจัดวางระบบทุกอย่างให้พร้อม เช่น สถานที่ที่เหมาะสมกับการเลี้ยงปลา , บ่อหรือภาชนะที่ใช้เลี้ยง, ระบบการเปลี่ยนถ่ายน้ำ - การเติมอากาศ เป็นต้น

 
2. สถานที่ ชนิด-ขนาดของบ่อ อุปกรณ์ที่ต้องใช้
สถานที่ที่เหมาะสมกับการเลี้ยงปลาทอง ควรจะอยู่ในที่อากาศถ่ายเทสะดวก หากมีแสงแดดส่องโดนในยามเช้า (ประมาณ 8 โมง ถึง 11โมง) จะดีมาก ควรหลีกเลี่ยงการโดนแดดทั้งวัน ต้องไม่โดนฝน และป้องกันไม่ให้สัตว์ชนิดอื่นมาคาบไปกินได้ โดยเฉพาะ นก สุนัข งู เป็นต้น
ปลาทอง Ranchu และ Tosakin นิยมเลี้ยงกันในบ่อ ส่วนปลาทอง Jikin สามารถเลี้ยงได้ทั้งในบ่อ และในตู้ปลา แต่โดยทั่วไปแล้วปลาทั้งสามชนิดนี้เรียกได้ว่าเป็นปลา Top View คือ นิยมมองดูในด้านบน มากกว่าด้านข้าง จึงเหมาะสมที่จะเลี้ยงในบ่อปลามากกว่า
บ่อปลา ในปัจจุบันมีให้เลือกทั้งบ่อที่หล่อจากปูน , บ่อที่ทำจากไฟเบอร์ และ บ่อที่ทำจากพลาสติกสีอีพ็อกซี่ ของโจตัน

การใช้สีอีพ็อกซี่ของโจตัน 1 ชุด มี 2 กระป๋อง คือกระป๋อง A และกระป๋อง B วิธีการใช้จะต้องนำทั้งสองกระป๋องมาผสมกันในอัตราส่วน 1 ต่อ 4 ส่วน ควรผสมทีละน้อยตามความจำเป็น เพราะสีที่ผสมแล้วจะแห้งแข็งตัวในเวลาอันรวดเร็ว และไม่สามารถนำกลับมาใช้ได้อีก บ่อปูนใหม่จะต้องใช้รองพื้น ก็คือ น้ำมันวานิช ของโจตัน ทารองพื้นก่อนสัก 2-3 เที่ยวยิ่งดี ก่อนทาทับต้องปล่อยให้น้ำมันวานิชเดิมแห้งสนิทก่อน เมื่อทาน้ำมันวานิชเสร็จแล้ว จึงเริ่มลงสีจริง ซึ่งมีหลายเฉดสีให้เลือกตามความพอใจ ตัวทำละลายที่ต้องใช้คือ ทินเนอร์ ของโจตัน เบอร์ 17 การผสมทินเนอร์ไม่ควรเกิน 10 % ของเนื้อสี เพราะหากผสมทินเนอร์มากไป ถึงแม้จะทำให้ทาสีได้ง่าย ลื่นมือ แต่เนื้อสีจะไม่แข็งแกร่ง การเกาะติดของเนื้อสีจะน้อยลง และความเงางามจะลดน้อยลงตามไปด้วย

บ่อที่หล่อจากปูน มีให้เลือกทั้งบ่อปูนสำเร็จรูป มีมากมายหลายขนาด และบ่อที่ใช้ก่ออิฐฉาบปูนแบบ ถาวร ซึ่งทั้งสองแบบจะให้ความแข็งแรง ทนทาน มากกว่าบ่อประเภทอื่น มีราคาไม่สูง และสามารถควบคุมอุณหภูมิของน้ำให้เปลี่ยนแปลงได้อย่างช้า ๆ แต่จะมีข้อเสีย คือ น้ำหนักมาก (หมายถึงบ่อปูนสำเร็จรูป) เมื่อมีตะไคร่น้ำขึ้นจะล้างทำความสะอาดได้ยาก อาจก่อให้เกิดการสะสมของเชื้อโรคตามรูพรุนเล็ก ๆ ของเนื้อปูน และเนื่องจากบ่อชนิดนี้ทำจากปูน จึงทำให้ค่าความกระด้างของน้ำเปลี่ยนแปลงได้ง่าย หากเป็นบ่อใหม่ ต้องระวังอย่างมากในเรื่องความเค็มของเนื้อปูน ก่อนจะใช้ต้องแช่น้ำไว้เป็นเวลานาน (นับเดือน) จนแน่ใจว่าไม่มีความเค็มของเนื้อปูนหลงเหลืออยู่ หรือหากต้องการรีบใช้ สามารถแก้ได้โดยการปล่อยบ่อให้แห้ง นำน้ำส้มสายชู มาทาบ่อด้านในให้รอบบ่อ ปล่อยให้แห้งแล้วทาซ้ำอีกหลาย ๆ เที่ยว จากนั้นใส่น้ำให้เต็มบ่อ เทน้ำส้มสายชูผสมลงไปด้วย ทิ้งไว้สัก 2 วัน แล้วจึงล้างให้สะอาด จะช่วยให้ความเค็มของปูนลดน้อยลง และสามารถใช้เลี้ยงปลาได้ แต่การเลี้ยงปลาในระยะแรกควรสังเกตอาการของปลาด้วยว่า ลำตัวปลาตกเลือด หรือมีผื่นแดง หรือไม่ เพราะนั่นเป็นอาการที่ปลาแพ้ความเค็มของปูน

 

บ่อไฟเบอร ในปัจจุบันเป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายมากขึ้น ข้อดีของบ่อไฟเบอร์ก็คือ น้ำหนักเบา ล้างทำความสะอาดง่าย ผิวบ่อเรียบลื่น จึงทำให้ไม่เป็นที่สะสมของเชื้อโรค ไม่มีปัญหาในเรื่องค่าความกระด้างของน้ำ ส่วนข้อเสียเมื่อเทียบกับบ่อปูน คือ ราคาสูงกว่า แข็งแกร่งน้อยกว่าน และอุณหภูมิน้ำในบ่อเปลี่ยนแปลงเร็วกว่า การแก้ปัญหาอุณหภูมิน้ำในบ่อไฟเบอร์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สามารถทำได้โดย การเลือกขนาดของบ่อไฟเบอร์ ให้มีขนาดบรรจุน้ำได้มาก ความหนาของบ่อไฟเบอร์ยิ่งหนามากก็ยิ่งมีส่วนช่วยในเรื่องนี้ได้ดีมากขึ้น แต่ทั้งนี้บ่อไฟเบอร์ยิ่งหนาเท่าไหร่ราคาก็ยิ่งสูงมากขึ้นอีก บ่อไฟเบอร์ที่ประเทศญี่ปุ่นของผู้ผลิตบางรายจะใช้ฉนวนรักษาอุณหภูมิแทรกไว้ในผิวเนื้อกลาง แต่ราคาของบ่ออยู่ที่ใบละไม่ต่ำกว่า 10,000.- บาท

บ่อพลาสติก มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับบ่อไฟเบอร

ขนาดของบ่อ มีความสำคัญมาก การเลี้ยงปลาทองให้ดีควรให้ปลามีพื้นที่การว่ายได้มาก ซึ่งขนาดของบ่อไม่ควรต่ำกว่า 1.10 เมตร คูณ 0.90 เมตร และความลึกไม่ควรน้อยกว่า 25 เซนติเมตร ตัวอย่างบ่อขนาด 1.10 เมตร คูณ 0.90 เมตร ควรเลี้ยงปลาในรุ่นโทไซ ไม่เกิน 4 ตัว เป็นต้น แต่ถ้าเป็นปลาทอง Tosakin ขนาดเล็ก ควรเลี้ยงในบ่อทรงกลม ลักษณะคล้ายชาม ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางปากบ่อตั้งแต่ 50 –70 เซนติเมตร จะทำให้หางของปลามีพัฒนาการที่ดียิ่งขึ้น สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเลี้ยงปลาโทซาคิน สามารถศึกษาวิธีการเลี้ยงได้ที่เทคนิคการเลี้ยงโทซาคินเบื้องต้น และเทคนิคการเลี้ยงโทซาคินชั้นสูง ในเวปไซด์นี้ได้


แหล่งน้ำที่ใช้ในการเลี้ยงน้ำที่ใช้เลี้ยง ต้องเป็นน้ำที่สะอาด ปราศจากคลอรีน 100% ซึ่งน้ำที่ใช้เลี้ยงปลาทองโดยทั่วไปมี 2 ประเภท คือ น้ำประปา และน้ำบาดาล


 
น้ำประปา เป็นน้ำที่ค่อนข้างเชื่อมั่นในความสะอาดได้มากกว่าน้ำประเภทอื่น แต่จะมีปัญหามากในด้านคลอรีนที่ผสมอยู่ น้ำประปาจะนำมาใช้เลี้ยงปลาได้จะต้องเป็นน้ำที่ปราศจากคลอรีน โดยอาจจะนำน้ำประปาผ่านเครื่องกรองน้ำ (เครื่องกรองน้ำจะต้องใส่สารกรองคาร์บอน) , การนำน้ำประปามาพักทิ้งไว้ประมาณ 2 วัน หรือการใส่สารลดคลอรีนในน้ำประปา ซึ่งวิธีนี้ควรใช้ในเวลาที่จำเป็นจริง ๆ เท่านั้น
เครื่องกรองน้ำที่ใช้ดักคลอรีนในน้ำประปา ควรใช้เครื่องกรองที่มีความจุสารกรองไม่ต่ำกว่า 20 ลิตร และใช้สารกรอง Activated Carbon ที่มีคุณภาพดี มีการทดสอบน้ำที่ผ่านเครื่องกรองอย่างสม่ำเสมอว่ามีคลอรีนติดออกมาหรือไม่ มีการล้างสารกรองย้อนกลับ (Back Wash) ตามปริมาณมากน้อยของการใช้น้ำ แต่อย่างน้อยที่สุดควรล้างสารกรองเดือนละ 1 ครั้ง
 

น้ำบาดาล ไม่มีปัญหาในเรื่องคลอรีน แต่จะมีปัญหาในเรื่องคุณภาพน้ำ บ่อน้ำบาดาลที่มีคุณภาพจะต้องเป็นบ่อซึ่งเจาะลึกลงผ่านชั้นดิน ความลึกไม่ต่ำกว่า 100 เมตร ในบางที่ต้องเจาะลึกถึง 300 เมตร คือต้องเจาะถึงตาน้ำ บ่อน้ำบาดาลที่เจาะตื้น ๆ น้ำที่ได้จะเป็นน้ำซึ่งซึมมาจากบริเวณข้างเคียง จึงไม่ค่อยสะอาดนัก ผู้เลี้ยงปลาที่ใช้น้ำบาดาลบางรายอาจจะเคยพบปัญหาปลามีสีซีด เกล็ดปลากระด้าง ขุ่น ดูไม่มีชีวิตชีวา อาจจะแก้ปัญหาโดยการนำน้ำบาดาล ผ่านถังกรองน้ำซึ่งมีใยแก้ว ซีโอไลท ถ่านคาร์บอน ปะการัง หรืออื่น ๆ และพักน้ำทิ้งไว้สัก 1-2 วัน จะช่วยลดปัญหาได้บ้าง

 
ปั๊มพ์อากาศ หรือที่เรียกกันว่า ปั้มออกซิเจน จำเป็นต้องใช้แน่นอน เลือกขนาดที่พอเหมาะกับจำนวนบ่อที่ใช้เลี้ยง และควรมีเครื่องสำรองไว้ในกรณีเครื่องเดิมเสียด้วย
 
เมื่อสามารถเลือกใช้บ่อได้ตามความเหมาะสม พร้อมกับมีน้ำที่มีคุณภาพแล้ว เพื่อความสะดวกสบาย ควรมีการเดินท่อระบายน้ำเก่าทิ้ง และเดินท่อน้ำใหม่ลงสู่บ่อ การจัดระบบต่าง ๆ ให้ดีและพร้อมครบถ้วน จะทำให้ท่านมีความเพลิดเพลินในการเลี้ยง และเป็นงานอดิเรกที่ดีมาก ไม่เป็นภาระแต่อย่างใด